ไม่อยากเป็นโรคทำอย่างไร เรามีตัวช่วยมาทางนี้เรามีคำตอบ

การไม่มีโรคนับเป็นลาภอันประเสริฐ สำหรับแนวคิดนี้ ก็ยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะว่าต่อให้คุณมีฐานะร่ำรวยมากขนาดไหน แต่ถ้าคุณเป็นโรคประจำตัว โรคร้ายต่างๆ ที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่นาน เงินก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย หรือถ้าคุณร่ำรวย แต่ก็ต้องใช้ชีวิตป่วยติดเตียง ไปไหนไม่ได้ ชีวิตไร้ความหมาย เช่นเดียวกัน หรือถ้าคุณพยายามจะสร้างเนื้อสร้างตัวให้ตัวเอง มีเงินสร้างครอบครัวที่ดี แต่สุขภาพร่างกายของคุณไม่แข็งแรง การทำตามความฝันของคุณนั้น ก็ดูท่าทางจะเลือนราง เพราะฉะนั้นสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับ 1

เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

อาหาร คือ ปัจจัยหลักและปัจจัยสำคัญที่สุด ในการดำรงชีวิตอย่างแข็งแรงของมนุษย์ โดยสารอาหารแต่ละประเภทนั้นก็มีความจำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งยังมีการทำหน้าที่ที่แตกต่างกันไป ด้วยวิธีการเลือกรับประทานอาหารง่าย ๆ คือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ตามที่เราได้ร่ำเรียนกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย แต่ไม่ใช่ว่าคุณจะรับประทานเท่ากันหมด โดยคุณจะต้องเลือกรับประทานบางอย่างให้น้อย และเลือกรับประทานอาหารบางประเภทให้เยอะ ๆ เช่น ข้าว, แป้ง และน้ำตาล หันมารับประทานพืชผักผลไม้ นอกจากนี้กรรมวิธี ในการปรุงแต่งอาหารเอง ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน การทอดการย่าง รับประทานได้ แต่ให้น้อย อย่างต่ำอาทิตย์ละ 1 มื้อก็เพียงพอแล้ว หลังจากนั้นให้คุณเน้นอาหารผัด/ทอด/ผัด/นึ่ง/ต้มต่าง ๆ

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายนี้ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่รองลงมา จากการเลือกรับประทานอาหารการออกกำลังกาย ทำให้เป็นเรื่องง่ายทำอย่างต่อเนื่อง หัวใจสำคัญ คือ การออกอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ วัน หรืออาทิตย์พัก 2 วันก็ได้ และการออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อาจจะวิ่งรอบหมู่บ้าน, กระโดดเชือก, วิ่งตามสวนสาธารณะ เป็นต้น หรือถ้าคุณสะดวกในการเข้าฟิตเนส ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน การพยายามขยับตัวในชีวิตประจำวัน ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะว่าการออกกำลังกาย อย่าทำให้เป็นเรื่องแปลกที่ต้องพยายาม ให้นำการออกกำลังกายที่เหมาะสม ให้เข้ากับการใช้ชีวิตด้วย เช่น การเดินขึ้นบันได, พยายามทำงานบ้านให้สะอาดทุกจุด เป็นต้น เพราะนอกจากบ้านของคุณจะสะอาดสิ่งแวดล้อมดีแล้ว ก็ยังเป็นการออกกำลังกายที่ดีอีกทางหนึ่งด้วย

การนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ

แน่นอนว่าการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่จะขาดไปไม่ได้เลย เพราะต่อให้คุณเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย แต่ถ้าคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายของคุณก็จะทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว เพราะมนุษย์ทุกคนต้องการการพักผ่อน ต้องการชาร์ตแบตร่างกาย ต้องการการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ในยามที่คุณหลับ และความต้องการการนอนหลับของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน เช่น บางคนนอน 7 ชั่วโมง รู้สึกว่าเต็มอิ่มแล้ว หรือบางคนอาจจะต้องนอน 8-9 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งในจุดนี้ก็แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ให้คุณศึกษาร่างกายตัวเองว่า คุณนอนกี่ชั่วโมงถึงจะตื่นมาอย่างแจ่มใส และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสุด ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณนอนมากจนเกินไป ก็อาจจะทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าได้ เพราะฉะนั้นทางสายกลางคือดีที่สุด

และนี่ก็คือ 3 หัวข้อง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณห่างไกลโรคร้ายต่าง ๆ นานา นอกจากนี้ถ้าคุณจะเสริมความสบายใจให้ตัวเองมากขึ้นไปอีก นั่นก็คือ การตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ถ้าคุณเกิดโรคร้ายอันใดขึ้นมา หรือมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ยิ่งรักษาหายเร็ว ก็ต้องยิ่งวางแผนแนวทางในการรักษาได้ดี และใช้ชีวิตต่อไปแบบแข็งแรง ไม่เป็นภาระผู้อื่นและอยู่ต่อไปได้อีกนานเลยค่ะ

รู้จักกับใข้เลือดออก อีกหนึ่งภัยร้ายที่น่ากลัวพร้อมการป้องกัน

“ไข้เลือดออก” เรียกได้ว่าเป็นโรคที่น่ากลัว และสร้างความกังวลให้ใครหลายคน เพราะถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูดจุดทันท่วงทีอาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งพาหะที่นำพาเชื้อมาสู่คนนั้นก็คือยุงลาย ครั้นจะหลีกหนีก็ไม่ได้เพราะด้วยสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นแบบนี้ยังไงก็ต้องเจอ แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากให้ตนเองหรือคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคนี้ การศึกษาหรือเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองเป็นอะไรที่ควรทำอย่างที่สุด และในบทความนี้จะพาทุกๆ คนไปศึกษาวิธีป้องกันตัวเองจากไข้เลือดออก รับรองว่าคุณจะปลอดภัยห่างไกลโรคแน่นอน

ยุงลายวายร้ายไข้เลือดออก

ต้องบอกก่อนเลยว่ายุงลายเป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้เร็วมาก ซึ่งจะมีลายพาดขาวสลับดำทั้งขาและลำตัว มีชีวิตอยู่ได้ 2 อาทิตย์ ช่วงชีวิตที่อยู่สามารถผลิตไข่ได้ประมาณ 300 ฟองเลยทีเดียว โดยจะวางไว้ในแหล่งน้ำนิ่ง สะอาด รอฟักตัวเป็นลูกน้ำถึง 9 เดือน เมื่อไข่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมตรงตามความต้องการก็จะกลายเป็นลูกน้ำในระยะเวลาที่น้อยกว่า 24 ชม. จากนั้นลูกน้ำก็จะกลายร่างเป็นตัวโม่งในอีกประมาณ 4 วัน และอีก 2 วันก็จะโตเต็มวัย เมื่อยุงได้ดูดเลือดคนไปแล้ว 3 วันก็จะวางไข่ เป็นวัฎจักรเช่นนี้ไปเรื่อยๆ

เชื้อไวรัสที่นำพาไปสู่โรคไข้เลือดออกมาจากยุงทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ขณะที่ดูดเลือดเชื้อก็จะเข้าสู่ร่างกายทำให้กลายเป็นโรคไข้เลือดออกในที่สุด โดยอาการหลักๆ ก็จะปวดหัว มีผื่นคันสีแดงเป็นจุดๆ กระจายตามร่างกาย โดยที่ภาวะน้ำเหลืองจะมีการออกนอกเส้นเลือด เม็ดเลือดได้รับผลกระทบ ถูกทำลาย มีเลือดออกบริเวณจมูกและเหงือก ตับเกิดการอักเสบจนนำไปสู่ภาวะช็อคถือเป็นผลของไข้เลือดออกขั้นรุนแรงที่เกิดขึ้น

วิธีการป้องกันตัวเอง

สำหรับวิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัย ห่างไกลจากโรคไข้เลือดออกสามารถทำได้ง่าย โดยมีรายลเอียด ดังนี้

  1. ทำการติดตั้งมุ้งลวดที่บรเวณช่องต่างๆ ที่ยุงสามารถบินลอดเข้ามาได้ ทั้งประตู หน้าต่าง หรือบานพับอื่นๆ ทั้งนี้ก็ควรปิดประตู และหน้าต่าง หรือช่องอื่นๆ ที่ปิดได้ด้วยทุกครั้ง
  2. ให้หมั่นทำความสะอาดบริเวณท่อระบายน้ำอยู่เสมอ รวมถึงบ้านไหนที่มีรางน้ำฝนก็ให้ใส่ยากันยุงไว้ข้างในทุกๆ เดือน เพื่อเป็นการระบายน้ำทำให้น้ำไม่นอนนิ่ง
  3. ควรเปลี่ยนน้ำในแจกัน หรือจานรองกระถางต้นไม้ (จริงๆ ไม่ใช้จานรองกระถางต้นไม้เลยจะดีกว่า) และหมั่นทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ อย่างที่บอกว่ายุงชอบวางไข่ในน้ำนิ่ง สะอาด ซึ่งการเปลี่ยนน้ำในภาชนะถือเป็นการกำจัดลูกน้ำของยุงไปนั่นเอง
  4. ภาชนะต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว เช่น โอ่ง ถังน้ำ ถ้วย แจกันดอกไม้ จาน หม้อ ฯลฯ ให้เราคว่ำทิง หรือเก็บเข้าที่ อย่าให้น้ำขังอยู่ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
  5. หากบริเวณหน้าบ้านมีแหล่งน้ำขัง ไม่ว่าจะมาด้วยสาเหตุใดก็ตามให้เรารีบใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวกวาดน้ำขังลงท่อบายน้ำ หรือกวาดใส่ที่ตักเอาไปทิ้งเลย อย่าปล่อยไว้ ไม่อย่างนั้นยุงมาวางไข่แน่ๆ
  6. บ้านไหนที่มีเครื่องปรับอากาศควรให้ช่างมาถอดถาดรองน้ำยาแอร์ออก แล้วย้ายระบบน้ำทิ้งจากน้ำแอร์ไว้ติดตั้งให้ใกล้กับห้องน้ำมากที่สุดแทน เพื่อให้น้ำยาแอร์ไหลลงท่อรบายน้ำไปพร้อมๆ กับน้ำในห้องน้ำ
  7. หากใครไม่ได้อยู่บ้าน ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศเป็นเวลานานๆ ให้ปิดฝาท่อน้ำ ปิดท่อน้ำล้น เพื่อให้พื้นแห้งไม่มีน้ำขัง รวมถึงฝาโถชักโครกให้เรียบร้อย ป้องกันยุงไปวางไข่

และนี่ก็เป็นวิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากไข้เลือดออก แต่ละวิธีไม่ใช่เรื่องยากใดๆ เลย ซึ่งถ้าเราทุกคนร่วมมือกันกำจัดแหล่งน้ำ เก็บภาชนะต่างๆ พูดง่ายๆ ว่าทำตามคำแนะนำข้างต้น เชื่อเลยว่ายอดผู้ติดเชื้อจะลดน้อยลง

รู้จัก “โรคซึมเศร้า” มหัตภัยร้ายสู่การฆ่าตัวตาย เข้าใจมันก่อนจะสาย

ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าอยู่มากมาย บางคนรุนแรงถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตายเพื่อให้ตนเองจากโลกนี้ไป ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ที่ป่วยด้วยโรคนี้มีมูลเหตุมาจากแรงกดดันทางสังคม เครียดสะสม ถือเป็นความผิดปกติทางด้านอารมณ์และจิตใจ และเพื่อให้ทุกๆ คนห่างไกลจากโรคซึมเศร้ามหัตภัยร้ายสู่การฆ่าตัวตาย วันนี้เรามีวิธีป้องกันที่น่าสนใจมาบอกต่อ จะมีวิธีใดบ้างไปติดตามกันเลย

“โรคซึมเศร้า” มหัตภัยร้ายสู่การฆ่าตัวตาย

โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่ถือว่าร่างกายมีความผิดกติทางด้านอารมณ์และจิตใจ ซึ่งผู้ที่ป่วยจะมีอารมณ์เศร้า หรือเบื่อหน่ายในชีวิตมากกว่า และนานกว่าคนปกติโดยทั่วไป และมักจะมีอารมณ์เช่นนี้ทุกวัน ติดต่อกันอย่างน้อย 2 อาทิตย์ แน่นอนว่าส่งผลกระทบถึงชีวิตประจำวัน อย่าง ไม่มีสมาธิ นอนไม่หลับ รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่สนใจทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่เมื่อก่อนสนใจ กินอาหารน้อยลง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย มองโลกในแง่ลบตลอด จนในที่สุดก็มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายผุดขึ้นมาในหัว บางคนลงมือทำดั่งที่ใจหวังเลยก็มี หากใครที่เข้าข่ายหรือสงสัยว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าการยอมรับและเข้าพูดคุยกับจิตแพทย์เป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยจิตแพทย์จะเป็นคนที่เข้าใจ มีการซักประวัติ สัมภาษณ์ และทำการประเมินอาการสภาพจิต

ถามว่าโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ตอบง่ายๆ เลยว่ามาจากการที่เคมีในสมองไม่สมดุลซึ่งเกี่ยวกับด้านกายภาพของบุคคลนั้นๆ ส่วนด้านจิตใจก็มีด้วยตรงที่ไม่สามารถจัดการกับความเครียดที่มี ทักษะปรับตัวกับปัญหายังบกพร่อง บุคลิกภาพ รวมถึงปัจจัยทางด้านสังคม อย่าง คนใกล้ชิดมีความเครียด เจ็บป่วยมาเนิ่นนาน หรือสูญเสียคนที่รัก

วิธีป้องกันโรคซึมเศร้า

  1. หาทริปเที่ยวเปิดโลกบ้าง

การออกทริปไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ ถือเป็นตัวช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ดี เพราะเป็นออกเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ สร้างความสดชื่นสดใส เหมือนได้รับพลังกายพลังชีวิต พบปะผู้คนใหม่ๆ ช่วยให้ผ่อนคลายความตึงเครียด ความเศร้าที่มี เพราะบางทีการที่อยู่กับสภาพแวดล้อมเดิมๆ จะทำให้เกิดความเศร้า เบื่อหน่ายอยู่ตลอดเวลา

  1. หัวเราะให้เป็นนิสัย

เมื่อมีอารมณ์ทุกข์ เบื่อหน่ายไม่มีความสุข ควรหาอะไรที่สร้างความสนุก ความบันเทิงเพลิดเพลินใจ เช่น อ่านนิยาย หนังสือการ์ตูนขำๆ หาละคร ภาพยนตร์ตลกดู หรือคุยกับเพื่อนเรื่องตลกๆ ให้เราได้หัวเราะออกมาบ้าง ช่วยให้คลายความทุกข์ที่มีอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ

  1. หางานอดิเรกทำ

การหางานอดิเรกที่ชื่นชอบทำ ไม่ว่าจะ วาดรูป ทำอาหาร ปลูกต้นไม้ ระบายสี งานเย็บปักถักร้อย ฯลฯ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ จะช่วยให้เราเปลี่ยนจุดสนใจไปที่งานอดิเรกแทน เสมือนช่วยสะบัดความรู้สึกเครียดๆ เศร้าๆ ให้ออกไปจากจิตใจ อารมณ์

  1. ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น

การรับมือกับเหตุการณ์ผิดหวังเสียใจ เรียนรู้ที่จะแสดงความภาคภูมิใจในตัวเอง ขอบคุณตัวเองที่ทำได้ ที่ผ่านมาได้ เป็นอะไรที่ดีมากๆ เพราะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นเบาสบายไม่หนักในจิตใจ ดังนั้น แนะนำให้เรียนรู้ สำรวจตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เป็นให้ได้ สร้างความรู้จักตัวเองเยอะๆ แล้วจะเข้าใจความเป็นเรามากขึ้น

  1. พูดระบายความรู้สึกอัดอั้นออกมา

การที่เรามีอารมณ์ มีความรู้สึกไม่สบายใจ เป็นทุกข์ โกรธ เสียใจ ผิดหวัง ฯลฯ สะสมไปเรื่อยๆ จะเก็บกดกลายเป็นโรคซึมเศร้าแบบเต็มตัวในที่สุด ดังนั้น การปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึก ทั้งการพูดระบายอารมณ์กับบุคคลที่ไว้ใจได้ เขียนความรู้สึกลงสมุดบันทึก หรือตะโกน ร้องไห้ออกมาดังๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เลือกมาสักวิธีนะ

นอกจากนี้ การออกกำลังกายให้ได้เหงื่อ การมองโลกในแง่ดี ฯลฯ ก็เป็นวิธีที่ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าด้วยเช่นกัน ใครเข้าข่าย หรือเสี่ยงเป็นโรคลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูนะ แล้วสภาพจิตใจ ชีวิตจะดีขึ้น

5 ปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย พร้อมวิธีการหลีกเลี่ยง

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงปัญหาสุขภาพแล้ว ย่อมไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นแน่แท้ เพียงแต่ว่าบางครั้ง ปัญหาก็เข้ามาโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว จะดีกว่าไหม ถ้าเราหาทางป้องกัน หรือหาทางออกของปัญหานั้น วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีป้องกันตัวเอง จากปัญหาสุขภาพที่ประชาชนคนไทยสามารถพบได้บ่อยกันค่ะ

  1. ความเครียด

สิ่งหนึ่งที่คนไทยหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจ ก็คือ ปัญหาชีวิตของมนุษย์นั้น มีทั้งปัญหาสุขภาพกายและปัญหาสุขภาพจิตปัญหาสุขภาพจิตนั้นมีมากมายหลายประเภทเลยทีเดียว และความเครียดก็เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นบุคคลอายุใด หรือวัยใดก็ตาม เพราะว่าในแต่ละช่วงอายุ ต่างก็มีปัญหาที่ต่างกัน ความเครียดและสามารถเกิดขึ้นได้ แต่คุณจะต้องหาวิธีจัดการความเครียด ไม่ปล่อยให้ความเครียดลุกลาม จนกลายเป็นโรควิตกกังวล, โรคซึมเศร้าต่างๆ ได้ในอนาคต วิธีจัดการความเครียดที่ดีที่สุด ก็คือ ให้คุณนั่งลงทำใจให้สงบ พร้อมถามตัวเองว่า ความเครียดนี้เกิดจากปัญหาอะไร และปัญหานั้นสามารถแก้ไขได้หรือไม่ และเราขอแนะนำให้คุณไปออกกำลังกาย ซึ่งการใช้แรงเหล่านี้นอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายของคุณดีขึ้น ไขมันลดลง ก็จะทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

  1. ไข้หวัดทั่วไป

วิธีดูแลป้องกันที่สุด คือ รักษาความสะอาดของมือ ด้วยการล้างน้ำสบู่อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งการล้างมือด้วยสบู่นี้ จะเป็นการป้องกันโรคไข้หวัดที่ดีที่สุด ถูตามซอกนิ้วมือทั้งหน้าและหลัง ลามลงมาบริเวณข้อมือ ใช้เวลาล้างประมาณ 30 วินาที เพื่อให้เชื้อโรคนั้นตายจนหมด คราวนี้คุณก็จะได้ล้างมือสะอาดห่างไกลจากโรคไข้หวัดแล้ว

  1. โรคหัวใจและหลอดเลือด

สำหรับโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น เกิดจากสาเหตุหลายประการเลยทีเดียวหาก แต่สาเหตุที่พบได้มากส่วนใหญ่ ในผู้ป่วยชาวไทย ก็คือ ความดันโลหิตสูง, สมาชิกในครอบครัว เคยมีประวัติป่วยเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคเบาหวาน ซึ่งถ้ามีปัจจัยเหล่านี้ ความเสี่ยงที่คุณจะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ก็จะยิ่งสูงมากขึ้นไปด้วย เพราะฉะนั้นเราขอแนะนำให้คุณลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง ด้วยการพยายามตรวจระดับคอเลสเตอรอลเป็นประจำ, เลิกบุหรี่, ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งการออกกำลังกายในปัจจุบันนี้ มีมากมายหลายวิธี

  1. โรคเบาหวาน

ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานในปัจจุบันนี้ ไม่ใช่ผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน ก็สามารถป่วยเป็นโรคเบาหวานได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นปัจจัยหลักในการที่ทำให้เกิดเป็นโรคเบาหวาน ก็คือในเรื่องของอาหารการกิน ถ้าคุณอยากให้สุขภาพร่างกายห่างไกลจากโรคเบาหวาน แนะนำให้คุณลดละเลิกการสูบบุหรี่ ทานข้าวขาวให้น้อยลง หรือเปลี่ยนเป็นแป้งที่ไม่ขัดสี พร้อมทั้งออกกำลังกายให้แข็งแรง

  1. สายตาสั้น

สายตาสั้นที่เกิดจากกรรมพันธุ์สืบทอดกันมานั้น แน่นอนว่าก็อาจจะเป็นเรื่องที่ป้องกันยากเสียหน่อย หากแต่ก็สามารถรักษาได้ ด้วยการทำเลสิก แนะนำให้คุณเริ่มทำ ตั้งแต่ที่สายตายังมีความสั้นในระดับน้อยอยู่ เพราะว่าถ้าคุณปล่อยให้สายตาของคุณสั้นเพิ่มมากขึ้นในระดับ 700 – 900 นั้น ก็จะช่วยลดสายตาให้ลดลงมาได้ แต่ว่าก็ไม่อาจที่จะกลับกลายมาเป็นสายตาปกติได้ แต่ถ้าครอบครัวของคุณ ไม่ได้มีพันธุกรรมในเรื่องของสายตาสั้น แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นเนื่องจากว่าในปัจจุบัน คนเรานั้นต่างก็มีความรู้ และเริ่มใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ตั้งแต่อายุยังเล็กน้อย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องใช้สายตาให้เกิดความเหมาะสมด้วย

เมื่อคุณทราบแล้วว่า ปัญหาสุขภาพที่พบเจอได้บ่อยนี้มีอะไรบ้าง จะได้หาทางรักษาผ่อนหนักให้เป็นเบา หรือไม่ทำให้โรคร้ายอันใดเกิดขึ้นแก่ร่างกายของคุณเลยนั่นเอง

มาดูกันว่ากินอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน

เมื่อพูดถึงโรคเบาหวานแล้ว แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้โรคนี้ เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างแน่นอน เพราะว่าถ้าโรคนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็จะลำบากมาก ไหนจะต้องไปหาหมอเป็นประจำ ไหนจะต้องควบคุมอาหารต่าง ๆ เครียดเรื่องน้ำตาลขึ้น หรือเป็นแผลแล้วก็หายช้า ต้องระวังในเรื่องของการติดเชื้อลุกลามต่าง ๆ ถ้าให้เลือกก็ไม่เป็นจะดีกว่า แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก ๆ เพราะว่าในประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานนั้นเพิ่มขึ้นมาก แม้แต่ผู้ที่มีอายุน้อย ก็ยังพบว่าเป็นโรคเบาหวานเช่นเดียวกัน อันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทานอาหารตามใจปาก และขาดการออกกำลังกายต่าง ๆ ซึ่งจะดีกว่าไหมคะ ถ้าคุณผู้อ่านปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตในบางจุด ดูแลตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ยังกินของที่ชอบได้อยู่บ้าง ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาลขึ้น ในยามที่เป็นเบาหวาน เอาล่ะ มาดูกันดีกว่าว่า กินอย่างไรถึงจะไม่เป็นเบาหวาน

กินอาหารให้ครบ 5 หมู่

เป็นสิ่งที่เราร่ำเรียนมากันตั้งแต่ยังเล็กในโรงเรียนเลย โดยเรื่องของการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่นี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องกินให้เท่ากันทุกหมู่ เพราะบางหมู่ที่ไม่ส่งผลดีต่อร่างกาย ถ้ารับประทานเข้าไปมาก ๆ นั้น ก็ขอแนะนำให้ทานน้อยหน่อย และอาจจะเสริมสิ่งอื่น ๆ เข้ามาเพื่อช่วยทำให้อิ่มขึ้นในแต่ละมื้อ หรือคุณจะคำนวณแบบง่าย ๆ ก็ได้ นั่นก็คือ ผักครึ่งหนึ่งอย่างอื่นครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีการเลือกทานที่ง่ายมากที่สุดแล้ว

ลดอาหารหวานจัดและเค็มจัด

ต้องขอบอกเลยนะคะว่า ลิ้นของชาวไทยอย่างเรา ๆ นั้น นิยมในการทานอาหารที่มีรสจัด คุ้นเคยกับรสชาติที่มีความเข้มข้นต่าง ๆ แต่ถ้าคุณอยากจะดูแลสุขภาพของตัวเอง อยากจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ไปอย่างยาวนานแล้ว แนะนำว่าให้คุณลดอาหาร ที่มีรสหวานจัดและเค็มจัดจะดีกว่า เพราะว่า 2 ทั้งปัจจัยนี้ เป็นสิ่งที่กระตุ้นเบาหวาน รวมทั้งโรคไตและโรคอื่น ๆ ได้ดีมาก ถ้าคุณเป็นคนที่ซื้ออาหารภายนอกบ้าน รับประทานมากกว่าการทำอาหารเองภายในบ้าน คุณก็สามารถลดง่าย เช่น ถ้าคุณรับประทานก๋วยเตี๋ยว คุณก็ควรลดละเลิกการเติมน้ำตาล หรือน้ำปลา เพราะว่าน้ำซุปส่วนใหญ่นั้น จะมีความเค็มอยู่แล้ว หรือคุณรับประทานอาหารทั่วไป ก็แนะนำให้เลือกเมนูที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าคุณทานกับข้าวเป็นผัดเผ็ดปลาดุก อีกอย่างหนึ่ง ก็อาจจะเลือกเป็นผัดผัก และงดการเติมน้ำตาลน้ำปลาพริก เป็นต้น

ข้าว

ข้าวก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้เกิดเป็นโรคเบาหวานขึ้นมาได้ เพราะว่าข้าวนั้น มีส่วนประกอบเป็นแป้ง และแป้งก็จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานขึ้นมาได้นั้นเอง เราอยากแนะนำคุณ ให้คุณได้เลือกทานข้าวที่มีประโยชน์ อย่างเช่น ข้าวไรซ์เบอรี่, ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี หรือถ้าคุณรับประทานไม่ได้จริง ๆ จะต้องกินข้าวขาวเท่านั้น เราก็ขอแนะนำให้คุณ ลดปริมาณของข้าวลง ถ้าคุณทานไม่อิ่ม ก็ให้เน้นโปรตีน, ผักหรืออาจจะรับประทานผลไม้ ที่มีรสชาติหวานน้อย ตามหลังจากมื้ออาหารก็ได้ นอกจากจะเป็นการล้างปากแล้ว ก็ยังช่วยทำให้คุณอิ่มเพิ่มมากขึ้น โดยที่รับน้ำตาลเข้าไปในร่างกายน้อยลงด้วยนั่นเองค่ะ

 

โดยการป้องกันตัวเอง ก่อนที่จะเป็นโรคต่าง ๆ นั้น ย่อมดีกว่าการที่เป็นโรคแล้วค่อยมาดูแลรักษาตัวเองอย่างแน่นอนค่ะเพราะฉะนั้น ถ้าคุณต้องการจะใช้ชีวิตให้มีความสุข การรับประทานอาหาร ก็ต้องขอบอกเลยว่า เป็นปัจจัยหลักเลยทีเดียวที่จะตัดสินว่าคุณนั้น จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีหรือไม่ดี เพราะฉะนั้นก็ขอให้คุณลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ

10 วิธีปกป้องตัวเองให้ห่างไกลจาก “ไวรัสโคโรน่า”

ในช่วงที่สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่เช่นนี้ เชื่อว่าหลายคนก็คงจะเกิดความรู้สึกกลัว หรือกังวลเรื่องของการติดเชื้อ องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงกรมควบคุมโรคได้เล็งเห็นความสำคัญเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย จึงได้ออกมาแนะนำ10 วิธีป้องกันตัวเองให้รอดจาก “ไวรัสโคโรน่า” และบทความนี้ก็ได้นำทั้ง 10 วิธีมาให้ศึกษากัน

10 วิธีป้องกันไวรัสโคโรน่า

  1. อย่าพาตนเองไปในที่แออัด : การพาตนเองไปอยู่ในที่แออัดถือว่าสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากมีผู้คนมากหน้าหลายตาอยู่เยอะ เบียดเสียดซึ่งอาจถูกเนื้อต้องตัว หรือสัมผัสตัวกันได้ง่ายๆ รวมถึงอากาศถ่ายเทไม่สะดวกด้วย
  2. หากต้องเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงให้เลื่อนการเดินทางออกไปทันที : แน่นอนว่าประเทศกลุ่มเสี่ยงมีเชื้อแพร่ระบาดอยู่หลายๆ พื้นที่ การที่เรายังคงเดินทางไปเยือนอยู่เท่ากับเราเอาชีวิตไปเสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าเราจะไปสัมผัส หรือผู้คนจามใส่ ได้รับเชื้อมาตอนไหน
  3. หากกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงแล้วมีอาการของการติดเชื้อรีบพบแพทย์ : อาการเมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัสโคโรน่าเมื่อผ่านไปสัก 14 วัน จะเริ่มจากมีไข้อ่อนๆ เจ็บคอ มีน้ำมูก ต่อมาเริ่มหายใจเหนื่อยหอบติดขัด ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมบอกประวัติการเดินทางไปพื้นที่สุ่มเสี่ยงมาด้วย เพื่อเป็นข้อมูลแก่การรักษาได้ถูกจุด
  4. พยายามอยู่ห่างจากคนจาม หรือไอ 180 เซนติเมตร : การที่เราอยู่ห่างจากคนจามหรือไอ 180 เซนติเมตรจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เนื่องจากเวลาจามหรือไอละอองน้ำลาย หรือน้ำมูกที่มีเชื้อจะกระจายออกมาโดยจะอยุ่ในรัศมีไม่เกิน 180 เซนติเมตร
  5. เลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย : ผู้ป่วยที่ว่านี้จะเน้นไปที่ผู้มีอาการเป็นหวัด หรืออาการที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากจากไม่รู้ว่ากลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้เดินทางไปพื้นที่สุ่มเสี่ยง หรือสัมผัสกับอะไรที่เสี่ยงติดเชื้อมาหรือไม่
  6. สวมหน้ากากอนามัย : การสวมหน้ากากอนามัยถือเป็นวิธีป้องกันที่ควรทำเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงติดเชื้อจากละอองฝอยของน้ำลาย หรือน้ำมูกที่กระจายอยู่ในอากาศ โดยหน้ากากอนามัยมีทั้งแบบแพทย์ (สีเขียว), หน้ากา N95 และหน้ากากผ้า
  7. หมั่นล้างมือให้สะอาด : การสัมผัสเป็นบ่อเกิดของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะ สัมผัสปุ่มกดลิฟต์ ราวบันได ราวจับรถโดยสาร โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ ดังนั้น การที่เราหมั่นล้างมือบ่อยๆ จึงดีที่สุด โดยให้ล้างกับน้ำสบู่อย่างน้อย 20 วินาที หรือถ้าไม่มีสบู่ตรงนั้นก็พกเจลแอลกอฮอล์ไปด้วยก็ได้ ซึ่งต้องมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ที่ 70%
  8. กินร้อน – ใช้ช้อนกลาง : การกินอาหารก็เรียกได้ว่ามีคามเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อ ซึ่งเชื้อไวรัสโคโรน่าจะตายในทันทีเมื่อถูกความร้อน ดังนั้น เราจึงควรกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ร้อนๆ รวมถึงการใช้ช้อนกลางตักอาหารร่วมกับคนอื่นๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงเพราะทุกๆ คนมีโอกาสติดเชื้อได้ทั้งนั้น
  9. นอนหลับเพียงพอ : การที่เราพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้มีภูมิคุ้มกันโรคที่ดี โดยควรนอนอย่างน้อยวันละ 8 ชม. เพื่อให้ร่างกายได้พักการทำงาน
  10. หากพบผู้ป่วยเข้าข่ายรีบแจ้งกรมควบคุมโรค : สุดท้ายหากใครพบเห็นผู้ป่วยที่มีอาการเข่าข่ายติดไวรัสโคโรน่าให้รีบโทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 ทันที เพื่อให้รถจากโรงพยาบาลรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่มีชุด มีการป้องกันรัดกุมได้ช่วยเหลือ

การดูแลป้องกันตัวเองจากไวรัสโคโรน่าถือเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องใส่ใจ เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อที่อาจทวีคูณจนยากจะควบคุม

ทางเข้าบาคาร่า 24 ชั่วโมง สมัครบาคาร่า โปรโมชั่นแจกให้ทันที

เว็บไซต์บาคาร่าอันดับหนึ่งพร้อมความบันเทิงตลอดการเล่นมีเกมเดิมพันให้คุณได้เลือกเล่น ได้แก่ สล็อต,รูเล็ต,ไฮโล,แบล็คแจ็ค,เสือมังกร,ยิงปลา,ไก่ชน และเกมอื่นๆ อีกมากมาย สนุกไปกับการลุ้นแจ็คพอตของการเล่นบาคาร่า รวมไปถึงเกมเดิมพันที่เราได้ให้บริการคุณด้วยทีมงานมากประสบการณ์ สมาชิกสามารถเล่นบาคาร่าได้ทั้งบน Pc และ Mobile โดยที่เรามีช่องทางให้เข้าได้หลายช่องทางด้วยกันดังนั้นคุณจะสามารถเข้าถึงบาคาร่าได้แบบที่รวดเร็ว เทคนิคเล่นนั้นมีด้วยกันหลายวิธีถ้าคุณอยากรู้ว่าจะทำยังไงให้ได้เงินรางวัลมากที่สุด ก็สามารถอ่านสูตรบาคาร่าให้ได้เงินที่มีการเขียนบอกทุกอย่างทำให้คุณเข้าใจในตัวเกมได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ในส่วนของเงินรางวัลนั้นแต่ล่ะผู้ให้บริการนั้นจะตอบแทนสมาชิกไม่เหมือนกัน สมาชิกควรอ่านรายละเอียดโปรโมชั่นให้เข้าใจเสียก่อน เพราะส่วนนี้มีความสำคัญอย่างมากกับสิ่งที่คุณจะได้รับ โต๊ะเดิมพันนั้นคุณสามารถเลือกที่จะลงเดิมพันได้โดยที่จะมีให้มากกว่า 10 โต๊ะด้วยกัน โดยแต่ล่ะโต๊ะนั้นจะมีพนักงานสาวสวยคอยแจกไพ่ให้กับคุณโดยจะเป็นการถ่ายทอดสดจากสถานที่จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณได้เล่นเหมือนกับอยู่ในสถานที่จริง

ศัพท์ที่ใช้สำหรับเกมมีอะไรบ้าง

  1. Play หมายถึง เดิมพันฝั่งผู้เล่น
  2. Banker หมายถึง เดิมพันฝั่งเจ้ามือ
  3. Tie Game หมายถึง เดิมพันเสมอของฝั่งผู้เล่นและเจ้ามือ
  4. Player หมายถึง ผลของฝั่งผู้เล่นออกคู่
  5. Banker หมายถึง ผลของฝั่งเจ้าออกคู่
  6. Big หมายถึง ในเกมนั้นแจกไพ่ไม่เกิน 4 ใบ ถือว่าชนะ
  7. B Pair หมายถึง เดิมพันฝั่งเจ้ามือว่าจะออกมาเป็นไพ่คู่

บาคาร่าในปัจจุบันเป็นที่นิยมมากโดยเฉพาะคนไทยที่เข้าใจในตัวเกมมาอย่างยาวนาน ซึ่งการที่บาคาร่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีตั้งแต่มีการเปิดให้บริการก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก และไม่ได้มีเพียงเกมเดียวที่มีคนให้ความสนใจ เพราะยังมีเกมอื่นๆ ที่ทางเราได้เปิดให้คุณได้เล่นกันอีกด้วยโดยไม่หวังผลกำไรแต่อย่างใด เราต้องการให้ความรู้และความบันเทิงบวกกับเงินรางวัลเพื่อนำไปต่อยอดกับการเล่นเกมเดิมพันประเภทต่างๆ ของเว็บไซต์ สำหรับการสมัครเป็นสมาชิกนั้นควรมีบัญชีธนาคารออนไลน์ เพื่อใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินกับเว็บไซต์ผู้ให้บริการ ขั้นตอนในการสมัครนั้นไม่ยากติดต่อทีมงานได้ผ่านทาง ไลฟ์แชท,ไลน์,เบอร์โทรศัพท์หน้าเว็บ,อีเมล์ สะดวกทางไหนสามารถติดต่อได้ทันที